

วันนี้ (28 สิงหาคม 2568) เวลา 14.00 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 นำคณะผู้บังคับบัญชาลงพื้นที่ติดตามงานเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย ณ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยเข้าตรวจเยี่ยมและรับฟังความคืบหน้างานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโก–ลก ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้ากว่า 80% พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและยับยั้งภัยความมั่นคงทุกรูปแบบ หลังพบปัญหาภัยแทรกซ้อน มีความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มที่อาศัยสถานการณ์ลักลอบกระทำผิดกฎหมาย


แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยร่วมกันรักษาความมั่นคงปลอดภัยชายแดน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเป้าหมายลดเหตุความรุนแรง ไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งสองประเทศ



จากนั้น พลโท ไพศาล หนูสังข์ พร้อมคณะฯ ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้กำลังใจแก่กำลังพลกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 4 กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ พร้อมสอบถามปัญหาความเป็นอยู่ และหารือแนวทางพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติภารกิจ โดยกำชับให้ดูแลกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ และเสริมการปฏิบัติการสกัดกั้นแนวชายแดนในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก–ลก และอำเภอแว้ง



นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ลงเรือตรวจการณ์สำรวจลำน้ำโก–ลก พร้อมตรวจพื้นที่ตามแนวชายแดนทั้งทางบก ทางน้ำ รอยต่อป่าภูเขา และช่องทางธรรมชาติที่มักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้า–ออกประเทศ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกัน หลังพบว่าผู้ก่อเหตุบางกลุ่มใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นช่องทางหลบหนีหรือซ่อนตัวข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย ควบคู่กับการวางแผนจัดการปัญหาอุทกภัย การลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าว การค้าสินค้าหนีภาษี และสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด โดยเฉพาะยาเสพติด


แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลในพื้นที่ที่ทุ่มเทเสียสละ มั่นใจว่าทุกส่วนราชการสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุม สามารถบริหารจัดการและรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบได้ทันท่วงที


ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอย่าให้การสนับสนุนผู้กระทำผิด ทั้งการนำพาซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือจัดหาเสบียงอาหาร ซึ่งถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยสามารถแจ้งได้ที่สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง


