วันเสาร์, 24 กุมภาพันธ์ 2567

นิพนธ์ ‘การันตี’ นิพัฒน์ฯเขต 2 สงขลา เหมาะสมกับหาดใหญ่ ‘ชี้’เป็นคนรุ่นใหม่/ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก่อน

ด้านดร.รัชดาฯ ‘ลั่น’ ปชป.พร้อมนำชาติไปสู่การพัฒนาในยุคศตวรรษที่ 21 ‘เหน็บ’ นโยบายอาจไม่หวือหวาเหมือนพรรคอื่น แต่ก็ไม่เคยทำประเทศเจ๊งและเป็นหนี้ ‘ฟาด’ คนออกไม่ใช่เลือดไหล แต่ปชป.เป็นเลือดดีเลยต้องบริจาค

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พ.ค.66 ที่ตลาดยรรยง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เดินสายขอคะแนนช่วยผู้สมัครในพื้นที่เขต 2 สงขลา นายนิพัฒน์ อุดมอักษร หมายเลข 4 โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี พร้อมด้วยดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดร.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครฯ

โดยดร.รัชดา ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า จากการที่หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการศึกษา ศูนย์กลางการแพทย์ ศูนย์กลางการท่องเที่ยว ประโยชน์เหล่านี้ถ้าพัฒนาให้ถูกทิศถูกทางความเจริญจะขยายไปสู่จังหวัดชายแดนใต้ และพื้นที่ตรงนั้นจะเป็นพื้นที่แห่งสันติสุขอย่างแน่นอน วันนี้มาขอคะแนนจากชาวหาดใหญ่ทุกท่าน ว่า 14 พฤษภาคม เข้าคูหากาเบอร์ 26 ให้พรรคประชาธิปัตย์ และชาวหาดใหญ่ขอคะแนนให้คุณนิพัฒน์ เบอร์ 4 ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ตนมั่นใจว่าพวกเราจะเป็นพรรคการเมือง เป็นสถาบันการเมือง เป็นนักการเมือง ที่จะนำการพัฒนาลงมาในพื้นที่อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผล 3 อย่างคือมีนโยบายที่ตอบโจทย์พื้นที่ มีนโยบายที่พัฒนาประเทศชาติให้ขับเคลื่อนไปอยู่ในยุคศตวรรษที่ 21 อย่างไม่น้อยหน้าใครในโลกนี้ เราเป็นพรรคที่เป็นสถาบันความเก่าแก่จะไม่มีความหมายเลยถ้าอยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี เราคงอยู่ยึดมั่นด้วยอุดมการณ์ ทุกย่างก้าวที่เรานำเสนอนโยบายแก่พี่น้องประชาชนมันทำได้จริง อาจจะไม่หวือหวาไม่ลด แลก แจก แถมเหมือนพรรคอื่น แต่มันไม่เคยทำให้ประเทศเจ๊งและเป็นหนี้ เรามีคนที่มีคุณภาพเสนอตัวเข้ามาทำงาน ตั้งคำถามว่าเลือดประชาธิปัตย์กำลังไหลออก ประชาธิปัตย์กำลังจะตายหรือเปล่า ไม่ใช่ เราต้องมองใหม่ที่ว่าจากการที่คนประชาธิปัตย์ไปอยู่พรรคอื่น นั่นคือการบริจาคเลือด เพราะเลือดของเราดีจึงเป็นประโยชน์ต่อพรรคอื่น และเราสร้างคนรุ่นใหม่มาดูแลพี่น้องประชาชน

ด้านนายนิพนธ์ ได้กล่าวว่า ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ปกติในทางการเมือง ที่ในแต่ละพรรคก็มีโอกาสที่จะมาทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนหลังจากที่ก่อนหน้านั้นก็มีหลายพรรคลงมาในพื้นที่ ประชาธิปัตย์เองก็ลงพื้นที่ปราศรัยอย่างต่อเนื่องมาตลอด ที่สำคัญโค้งสุดท้ายเท่าที่ได้ประสานกับพรรคเอาไว้ ท่านชวน หลีกภัยจะมาในพื้นที่สงขลาในวันที่ 8 จะมาพบกับพี่น้อง จะเป็นการปราศรัยใหญ่ และผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคก็จะมาในวันที่ 8 ซึ่งจะเป็นการปราศรัยใหญ่ระดับจังหวัด สิ่งสำคัญคือวันที่ 3-4 พ.ค.นี้ ท่านชวนจะลงพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ได้ปรับแผนในการเดินในพื้นที่ครบทุกจังหวัดมากขึ้น นอกจากนั้นจะให้ในเขตเลือกตั้งทำงานเต็มที่ในเขตของตัวเอง รอบนี้จึงขอโอกาสคนที่คราวที่แล้วน้อยใจประชาธิปัตย์บ้าง ไม่ได้ลงคะแนนให้ประชาธิปัตย์ รอบนี้จึงขอโอกาสลงคะแนนให้ประชาธิปัตย์กลับมาร่วมสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงให้กับบ้านเมืองเรา

นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่ตั้งมาชั่วครั้งชั่วคราว ฉะนั้นขอให้มาร่วมสร้างประเทศให้เหมือนเดิมที่เราเคยอยู่ร่วมกันมา 77 ปี นี่คือสัญญาณที่เราเคยอยู่ เคยร่วมกับประชาธิปัตย์ และอาจจะน้อยใจบางสิ่งบางอย่าง รอบนี้จึงขอโอกาสให้ประชาธิปัตย์ และสำหรับคนที่ยังยึดมั่นอยู่กับประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี 62 ร่วมๆ4 ล้านคน ก็ต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอขอบคุณทุกคนที่ยังยึดมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ และหวังว่าเราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์จะบอกพี่น้องประชาชน และผมคิดว่าประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญในทุกพื้นที่ แต่เนื่องจากเขต 2 ประชาธิปัตย์ส่งคนใหม่มาลงจึงต้องทำงานหนักขึ้น จึงต้องพยายามขอโอกาสพี่น้องประชาชนให้มาก และหวังว่าเราจะเลือกคนที่เหมาะสมกับพื้นที่ เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ และเป็นคนรุ่นใหม่ เคยเป็นนายกสมาคมเอสเอ็มอีมาก่อน และสมาคมต่างๆในจังหวัดสงขลา จึงคิดว่านี่คือคนที่เหมาะสมกับพื้นที่มากที่สุดแล้ว ซึ่งมาถึงนาทีนี้ก็ยังมั่นใจว่าประชาธิปัตย์ประมาณการไว้จะได้ไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่ง

“ขณะนี้ทุกพื้นที่ประชาธิปัตย์มีการปราศรัยทุกคืน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ถือว่า นี่คือช่องทางที่จะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่ดีที่สุดในทางการเมืองประชาธิปัตย์เชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย การที่จะบอกกับพี่น้องประชาชนว่าจะทำอะไร เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทางการเมือง ทั้งนี้เราตั้งใจว่าสุราษฏร์ธานียังคงได้ผู้แทนครบทั้ง 7 เขต และอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช แม้จะมีคนบอกว่าสู้กันหนักก็ตาม แต่ก็ยังมั่นใจว่า 3 จังหวัดคือสุราษฏร์ นครศรี และสงขลา แต่จังหวัดอื่นก็ยังมีสิทธิ์ ซึ่งประชาธิปัตย์ยังยึดมั่น และบางจังหวัดก็ต้องติดตาม แต่อาจมีเซอร์ไพร์ซก็ได้ สุดท้ายสำหรับประชาธิปัตย์ถ้าคนเข้าใจถึงวัฒนธรรมขององค์กรประชาธิปัตย์ เข้าใจถึงจิตวิญญาณของประชาธิปัตย์ ถึงเวลาเลือกตั้งประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งเสมอ”นายนิพนธ์กล่าว