วันศุกร์, 24 พฤษภาคม 2567

‘ชาติพัฒนากล้า’ บุกใต้ “กรณ์” เปิดตัว 4 ผู้สมัครหนุ่ม ลูกชาวบ้าน ท้าชนการเมืองเก่า มั่นใจคนหาดใหญ่-สงขลาให้โอกาส “จูรี” ดาวติ๊กตอก ประกาศเป็น ร่างทรงประชาชน

เมื่อเวลา 18.00น. (17 ธันวาคม 2565) ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ พรรคชาติพัฒนากล้าได้จัดเวทีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค ใน จ.สงขลา ภายใต้ชื่องาน “งานดี มีเงิน ของไม่แพง รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจสงขลา” นำทีมโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายวรวุฒิ อุ่นใจ นายปกครอง ผาสุกยืด รองหัวหน้าพรรค โดยมีประชาชนชาว จ.สงขลา ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค พล.ต.ธชา จินตวร รองเลขาธิการพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา ผู้อำนวยการพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

สำหรับว่าผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ มี 4 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายกัณฑ์ นวกัณฑ์ , เขตเลือกตั้งที่ 2 นายจูรี นุ่มแก้ว ,เขตเลือกตั้งที่ 3 ผศ.ดร.ประสิทธิ รัตนพันธ์ ,และเขตเลือกตั้งที่ 9 นายพงศธร สุวรรณรักษา ซึ่งว่าที่ผู้สมัครทั้ง 4 คน เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ ความสามารถ มีความตั้งใจ และพร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำงานมาพัฒนาบ้านเกิดให้เข้มแข็ง เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสงขลาให้ดีขึ้น โดยทุกคนได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า พื้นที่ จ.สงขลา เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทางพรรคให้ความสำคัญกับจังหวัดสงขลามาก เรามั่นใจมากว่าพรรคมีคนที่พร้อมจะทำงานเพื่อประชาชน เป็นทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุด มีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมากที่สุด เมื่อประกอบว่าที่ผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 คน ซึ่งตนได้มีโอกาสได้คุยกับทุกคนแล้ว เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำงานมาพัฒนาสงขลาได้อย่างแน่นอน

นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับตนแล้วผูกพันกับ จ.สงขลา เพราะได้ลงมาทำธุรกิจตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว และพบว่าสงขลาฝ่าด่านมาหลายวิกฤตที่กระทบต่อการทำมาหากิน วันนี้เราเห็นบรรยากาศทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่เราทำได้มากกว่านี้เพราะ จ.สงขลาอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เป็นประตูเชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีกำลังซื้อมากที่สุดในอาเซียนคือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ดังนั้น สงขลา จึงเป็นเมืองที่มีโอกาสมากที่สุด แต่วันนี้เรายังค้าขายกับสินค้าเดิม เหมือนเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ทั้งสินค้าบริการ ทั้งที่โลกพัฒนาไปมากแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ สงขลาจะถูกพัฒนาให้เต็มศักยภาพ ซึ่งตรงกับเป้าหมายหลักของพรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเราเป็นพรรคใหม่ และไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่เป็นพรรคที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก เอสเอ็มอี จนถึงระดับมหภาค ไม่มีพรรคไหน ที่จะสะสมได้มากเท่ากับพรรคชาติพัฒนากล้าอีกแล้ว

“เราพร้อมที่จะรื้อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา สร้างอาชีพใหม่ ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการที่อยู่ในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ทุกอย่างจะทำไม่ได้ ถ้าการเมืองไม่เปลี่ยน เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับที่คนสงขลาต้องการ ต้องมีเลือดใหม่ เข้ามาล้างเครือข่าย กลุ่มผลประโยชน์เดิม และพรรคเราก็ไม่เคยเกรงกลัวอิทธิพลใด ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว

นายวรวุฒิ อุ่นใจ กล่าวว่า ดีใจมาสงขลาหาดใหญ่อีกครั้ง จากที่เคยลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ช่วยเรื่องทำมาค้าขาย สอนชาวบ้านขายออนไลน์ ต้องยอมรับว่าตนและผู้สมัคร ส.ส.อีกหลายคนมีที่มาเหมือนกันคือไม่เคยคิดจะมาเล่นการเมือง แต่เพราะเป้าหมายคือประเทศไทยต้องดีกว่านี้ เราจึงควรสนับสนุนให้คนเก่งคนดีอย่าง คุณกรณ์ จาติกวณิช ได้เข้าไปบริหารบ้านเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศและสังคม ขณะเดียวกันองคาพยพ ก็ต้องพร้อมสนับสนุน สงขลามีของดีมากมาย และผู้สมัครที่เราคัดสรรมาอาสารับใช้ประชาชน เชื่อว่าจะสามารถช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจสงขลา และสร้างเศรษฐีใหม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าเลือกเหมือนเดิมก็ได้เหมือนเดิม

ด้านนายกัณฑ์ นวกัณฑ์ ว่าที่ผู้สมัครสงขลา เขต1 กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสมายืนบนเวทีนี้ เพราะตนเป็นเพียงเด็กธรรมดา ไม่ใช่ทายาทนักการเมือง ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง แต่เป็นคนสงขลาโดยกำเนิดเห็น จนถึงขณะนี้อายุ 33 ปี แล้วแต่เมื่อมองกลับไปที่บ้านเกิด ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เจ็บปวดคือคนรุ่นใหม่พอเรียนจบก็ไปทำงานในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ ๆ ทำให้ สงขลาขาดบุคลากรที่จะมาพัฒนา ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง การเมืองคือปัจจัยสำคัญที่จะเราจะสามารถสร้างกฎ กติกาต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง โลกผันผวนเร็ว สงขลาต้องตามให้ทัน เราอยากเปิดภาพใหม่ให้สงขลา โดยใช้แนวคิดสตาร์ทอัพ เทคโน นวัตกรรมขับเคลื่อน ให้โอกาสคนรุ่นใหม่า และสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ เราจะทำให้คนยิ่งแก่ยิ่งรวย พรรคชาติพัฒนากล้า ชัดเจนเรื่องเศรษฐกิจ ตัวจริงในวงการ นี่จึงไม่ใช่แค่พรรคทางเลือก แต่เป็นพรรคที่ต้องเลือก ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย เป็นคะแนนสร้างสรรค์ ถ้าเลือกเราทุกอย่างเป็นไปได้ ให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในรุ่นเรา

ด้านผศ.ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ ว่าที่ผู้สมัครเขต3 ซึ่งได้ส่งภรรยาคือ หรือ อาจารย์จุ๋ม ขึ้นเวทีแทน โดยได้พูดแทนสามี ว่า ได้เห็นถึงความตั้งใจและมีความสุขที่ได้ลงพบปะชาวบ้าน และทำให้ชาวบ้านรู้ว่า การที่มีนักการเมืองที่ไม่ต้องแจกเงิน เข้ามาช่วยทำงานมีคุณค่ามากกว่า เพราะนายประสิทธิ ต้องการเห็นสงขลา เปลี่ยนแปลง และก็เชื่อว่าทุกคนก็ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และจากการพูดคุยและทำงานกับว่าที่ผู้สมัครทั้ง 4 คน เห็นกระบวนการทำงาน เชื่อว่าถ้าทั้งหมดได้เป็น ส.ส. ประเทศไทย พัฒนาอย่างแน่นอน

ขณะที่ ทนายอาร์ม นายพงศธร สุวรรณรักษา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต9 กล่าวว่า นักการเมืองในอุดมคติ คือการเมืองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน การสร้างร้องขอไม่ได้ ภาวนาไม่ได้ แต่ต้องสร้างด้วยตัวเอง นั่นคือการสร้างตัวเองจากการเป็นทนายความ พร้อมที่จะสู้และชนกับปัญหา ตนไม่ได้มีเชื้อสายนักการเมือง ไม่ใช่นักธุรกิจที่ชื่อเสียง การจะล้างการเมืองเก่า เราต้องไปสร้างการเมืองใหม่ คือ ตัดสินใจลงช่วยเหลือชาวบ้าน ในช่วงวิกฤตโควิด พี่น้องประชาชนถูกเลิกจ้าง ตนเข้าไปช่วยชาวบ้านได้ถึง 200 ครอบครัว ได้เงินชดเชย กลับมา 10 ล้านบาท ตนมั่นใจว่าเดินมาถูกทางและเลือกถูกพรรค

ด้าน นายจูรี นุ่มแก้ว หรือ แหลงเล่า by Jury ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สงขลา เขต2 ที่มีแฟนคลับ เข้ามาร่วมรับฟัง เป็นจำนวนมาก กล่าวว่า หลายคนดูถูกว่าจูรี มาเปิดตัวสมัครเป็นผู้แทน มีความรู้ความสามารถอะไร หรือ พอดังแล้วก็คิดจะเล่นการเมือง ต้องบอกว่า ตนมีความใฝ่ฝันจะเป็นนักการเมืองตั้งแต่อยู่ ม.5 หรือ เมื่อ 17 ปีที่แล้ว เป็นมาแล้วทุกอย่าง ตั้งแต่ จับกัง ลูกจ้าง และข้าราชการ สู้มาทุกอย่าง ฝ่าฟันมาสารพัด รู้ว่าชาวบ้านเขาต้องการอะไร มันถึงไม่แปลก ที่เวลาทำคลิป คนถึงบอกว่า พูดได้ตรงใจ

“ฉันพร้อมที่จะเป็นร่างทรงของคนสงขลา สิ่งที่ฉันคิดมาตลอด คนที่จะทำหน้าที่ ส.ส. ทุกคนควรมีสิทธิได้ทำหน้าที่ ไม่ควรสงวนภาระหน้าที่ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ให้กลุ่มอิทธิพลใดกลุ่มอิทธิพลหนึ่ง ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ทุกคนควรได้ทำหน้าที่นี้ ฉันฝัน และตั้งใจมา 17 ปี ที่จะมามีวันนี้ คนบอก ดังแล้วเข้าการเมือง ต่อให้ฉันไม่ดัง ฉันก็ลง เพราะมันเป็นเป้าหมายชัดเจน ฉันเฝ้าเรียนกฎหมาย เพราะรู้ว่า ชาวบ้านจะต้องได้รับความเป็นธรรม ฉันไม่ได้มีต้นทุนอะไร เป็นแค่ลูกชาวบ้าน ที่นามสกุล นุ่มแก้ว มีแม่ชื่อ นางอุไร พ่อชื่อนายโชติ (เสียงเครือ) สมัยก่อน ถ้าระบบการเมืองแบบเก่าหมดสิทธิเลย ฉันไม่ซีเรียสผลแพ้ชนะ แต่สิ่งที่ฉันภูมิใจ ฉันได้ยืนอยู่ในฝั่งที่ถูกต้อง หัวคะแนนก็ไม่มี การเมืองแบบเก่า จะเอาอะไรไปสู้เขา วันนี้ฉันรวยแล้ว สบายแล้ว ฉันอยากให้คนสงขลา รวยบ้างสบายบ้าง เกิดเป็นวัวชนมันต้องชน” นายจูรี กล่าว

นายจูรี กล่าวว่า หลายคนถามทำไมมาอยู่พรรคชาติพัฒนากล้า ทำไมมาอยู่กับคุณกรณ์ ต้องบอกว่า ตั้งแต่ตนดัง มีคนมาจีบเป็นสิบพรรค บางพรรคเอาเงินมากอง 50 ล้าน ตนบอกตรงนี้เลย ถ้าต้องเข้าไปผู้แทน ที่มาจากการซื้อเสียงแม้แต่เสียงเดียว “ฉันไม่เป็น บัดสีคน ฉันไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควายดีกว่า” และที่เลือก คุณกรณ์ เพราะจากการที่ได้มีโอกาสร่วมคุยแลกเปลี่ยนกันหลายครั้ง คุณกรณ์ไม่เคย นั่งด่าพรรคไหนให้ฟัง หรือโจมตีใครเลย คุณกรณ์พูดแต่เรื่อง ทำอย่างไรจะให้คนใช้น้ำมันราคาถูก ทำให้ค่าใช้จ่ายลดน้อย ให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี มันตรงกับสิ่งที่ตนคิดว่า ถ้าตั้งใจจะทำงการเมืองใหม่ แบบสร้างสรรค์ ต้องมองข้ามความชัดแย้ง ชาวบ้านยังอด จะมานั่งทะเลาะกันทำไม ศัตรูเดียวที่ควรรบคือปากท้องและเศรษฐกิจของชาวบ้าน
“คนสงขลาฟังนะ การเมืองที่ไม่สนใจประชาชนคือ นักการเมืองซื้อเสียง เขาซื้อขาดตั้งแต่วันที่เข้าคูหา แต่ถ้าเลือกคนที่อยากเราอยากให้เขาเข้าไปทำงาน เขาจะสนใจเธอ วันนี้ฉันขอเป็นคนเดียวที่จะบอกว่า เธอจะเลือกใครก็ได้ที่เห็นเหมาะสม แต่เชื่อว่ายุคนี้จะเป็นยุคที่คนฉลาดจะสร้างประวัติศาสตร์ให้สงขลาให้ประเทศไทย” ดาวติ๊กตอก แดนใต้ กล่าว